"Who am I" ? By Lord Krishna Revealed in Bhagvad Gita (in Hindi)#ถ้าฉันเป็นนารายณ์จะร่ายเวทย์#อันเรืองเดชศักดิ์สิทธิ์และรักษา#สันติสุข #สันติธรรม #นำประชา#เจริญผาสุขสันต์นิรันดร#ถ้าฉันเป็นพิฆเนศวิเศษสุทธิ์#จะรีบรุดนำวิชามาสั่งสอน#ใส่เชิงศิลป์#พิณเพลงบรรเลงพร#ทั้งกาพย์กลอนรื่นเริงเชิงกวี...#ถ้าฉันเป็นพระอินทร์ถวิลไว้#จะสั่งให้วิสุทกรรมนำสุขี#ลงมาสร้างเคหาทุกธานี#ให้ท่านมีสุขเท่าเจ้าเมืองบน...#ถ้าฉันเป็นกามเทพเทวบุตร#จะฉวยฉุดสอยบุบผาเป็นห่าฝน#ชโลมลูบจูบดวงใจให้ทุกคน#เป็นสุขล้นทุกข์สลายมลายไป... #แต่นี่ฉันใช่เป็นเช่นกล่าวอ้าง#สุดหนทางที่จะทำดังคำไข#จึงขอเขียนบทกลอน#อันอำไพเพื่อเตือนใจ#เตือนตนทุกคนเอย#สวัสดิรักษา#อย่าเล่นกับไฟ#ไกลกังวล #ดนตรีชีวิต #ผิดเป็นครู #ภูเขาหิน #เรื่องกินเรื่องใหญ่ #ไฟในอย่านำออก #ความหลอกลวง #บ่วงความรัก#สลักจิต #สันติรส #ถ่มน้ำลายรถฟ้า #ก่ิ้งก่าได้ทอง #ครองสันติสุข#สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#จิตใจที่แห้งสนิทจึงจะหลุดพ้น#ความหลุดพ้น #วันปิดสามแดนโลกธาตุ#ถ้ารู้ว่าเราหลงทางเราจะกลับบ้านถูก#อริยสัจ4#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ #การเข้าผลสมาบัติ#เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน#ที่ได้มาจากอริยผลญาณ #อันบังเกิดแล้วแก่ตน #เพื่อเสวยโลกุตตรสุข #ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น #ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน #พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. #อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. #อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. #ญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์
#พระธรรมเทศนาโดยพระราชพรหมยานเถระ #วิมุตติความหลุดพ้น #เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา #เมื่อนั้นบุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเราย่อมไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี #บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุดแล้วไม่มีความต้องการอะไรในโลกทั้งปวงย่อมไม่เศร้าโศกในเวลาตายดุจบุคคลออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น #สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ก็ดีภพที่สัตว์ย่อมได้ในโลกนี้ก็ดีพระพุทธเจ้าแสวงหาคุณ อันใหญ่ได้ตรัสไว้ว่าสิ่งทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ #ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้น เหมือนดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพอะไร ดัง บุคคลผู้ไม่จับก้อนเหล็กแดงอันร้อนโชน ฉะนั้น เราไม่ได้มีความคิดว่า ได้มีมาแล้ว จักมีต่อไป หรือสังขารจักปราศจากไป จะคร่ำครวญไปทำไมในเพราะสังขารนั้นเล่า ดูกรนายโจร ความกลัวย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ซึ่งความเกิดขึ้นแห่งธรรมอันบริสุทธิ์ และความสืบต่อแห่งสังขารอันบริสุทธิ์ เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อนั้น บุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี เรารำคาญด้วยสรีระ ไม่ต้องการด้วยภพ ร่างกายนี้จ...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น