วิมุตติความหลุดพ้น#มรรควิถีของมันทบุคคล#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆ #กา...

คัมภีร์วุตโตทัย


ฉันทศาสตร์  เป็นตำราว่าด้วยแบบบัญญัติการแต่งฉันท์ มีประเภทต่างๆ ตามที่มาในคัมภีร์วุตโตทัย ซึ่งเป็นภาษาบาลีมีอยู่ ๑๐๘ ฉันท์  และได้แปลงเป็นฉันท์ไทยแล้ว ๑๐๘ ฉันท์ เท่ากัน ฉันท์ทั้ง ๑๐๘ ฉันท์นี้ ท่านจัดเป็นสองพวกเรียกว่า ฉันท์วรรณพฤติ และฉันท์มาตราพฤติ ฉันท์ใดกำหนดด้วยตัวอักษรฉันท์นั้น เรียกว่า วรรณพฤติ มี ๘๑ ฉันท์  ฉันท์ใดกำหนด้วยมาตรา ฉันท์นั้นเรียกว่า มาตราพฤติ มี ๒๗ ฉันท์         

อาจารย์ ไพฑูรย์ พรหมวิจิตร แปล คัมภีร์วุตโตทัย ไว้ในหนังสือชื่อ  ฉันทศาสตร์ไทย ผู้เขียนได้ลองเลือกฉันท์บทที่ชอบ ประพันธ์ไว้เป็นโคลง ได้ ๑๗ บท ดังนี้

๑. วานวาสิกาฉันท์

อลสสฺส น ชายติ มติ ธนญฺจ
มติธเน ยสฺส อสติ อิธ กถํ
โส สุขี ปรมฺหิ จ อปิ จ ทุขี
ตสฺมา อลโส วตน จ ภเวยฺย

เงินทองกองท่วมบ้าน           บ่ขยัน
ครั้นเกียจกอบโกยปัญ-        เญศด้อย
สุขังยั่งยืนฉัน-                    ใดเล่า..สหายเอย
สมบัติยศหมื่นร้อย               ย่อมรู้โรยรา


ปัญญาทรัพย์สมบัติเกิดมีแก่คนเกียจคร้านผู้ใด
เมื่อปัญญาและทรัพย์สมบัติไม่มีแก่คนผู้นั้นแล้ว (เสื่อมลง)
ความสุขในชาตินี้แลชาติหน้าจักมีด้วยประการฉันใด
ยศสมบัติเหล่านั้นนักปราชญ์จักปรารภเอาย่อมไม่มี

๒. จปลาฉันท์

ทานํ ธนพีชํ เส
สีลํ สุขพีชํ มิธ มนุชานํ
ตสฺมา สุทานทาตา
สิยา สุสิโล สหิทกาโก

ทานังดั่งพืชให้                 โภคทรัพย์
ศีลดั่งพืชให้สรรพ              สุขแผ้ว
ชนใดใคร่ลิ้มลัพธ์              รมเยศ
พึงปลูกหน่อธรรมแล้ว        จึ่งรู้รสธรรม

ทานเป็นพืชอันบังเกิดข้าวของสมบัติ
ศีลเป็นพืชบังเกิดสุขในใจแก่คนทั้งหลายในโลกย์
เหตุนั้นผู้ใดปรารถนาข้าวของสมบัติอันดีแก่ตน
พึงให้ทานด้วยความศรัทธาแลมีศีลอันดีเถิด

๓. คีติฉันท์

โมหวนทฺโธ พาโล
ตณฺหา วสมา คโต จ โกธวสํ
ปาเป สาหส กาลี
อปายภูมี นิวาส คติ มสฺส

พาโลโมหะคลุ้ง                ครอบงำ
ตัณหราคะกรรม              โกรธแค้น
คิดบาปหยาบช้าทำ          กระลีโทษ
มี นรก รอแม้น                 มอดม้วยมรณา



ชนพาลอันโมหวิชชาครอบงำ
ลุอำนาจแห่งตัณหา
โกรธแค้นร้ายหนักหนาในบาปกรรม
มีอบายภูมินรกเป็นที่อยู่ที่ไปแห่งชนชั้นแล

๔. อุปคีติฉันท์

ปาเณสุ น การุญฺโญ
ทลิทฺทเกสุ จ วิเหทูยติ
อาธมฺเม นโร ภวติโลเก
โย นโร นหิ สาธุ โส

ปาณาติบาตสิ้น                กรุณา
เบียนเบียฑปวงประชา      ยากไร้
ลืมธัมมะนำพา                 ภพสุข
หาสิ่งดีไม่ได้                    หนักพื้นโลกา


คนผู้ใดไม่มีความกรุณาในสัตว์และคนทั้งหลายผู้เข็ญใจ
ย่อมเบียดเบียนผู้อื่นให้เป็นทุกข์
คนผู้นั้นจักเป็นผู้หาดีไม่ได้
ชื่อว่าเป็นคนอธรรมในโลกย์

๕. อาริยาคีติฉันท์

อติมาโน อธิโกโธ
อวมาน กโรนํ เวสุ อภวุฑฺเฒ สุ
โย พหุสุโตมิ โสปิน
บณฺฑิโต พาลํ สมฺมโต อธิโลเก

มานะมีมากครั้ง               เคืองเคียด
ใจจะหยามหมิ่นเกียรติ     ทุกผู้
แม้นเรียนร่ำละเอียด         เอกอุ
ปากที่ฝากกระทู้              ถ่อยสิ้นสัทธรรม


คนผู้ใดมีทิฐิมานะใหญ่ยิ่งนัก มีความโกรธเคืองเคียด
ย่อมดูหมิ่นบุคคลอันหนุ่มและแก่กว่าตน
แม้นผู้นั้นจะเป็นพหูสูตร (ผู้ร่ำเรียนมากเท่าใดก็ดี)
จักถือเป็นบัณฑิตก็หามิได้ (เพราะความพาล) ขึ้นชื่อว่าเป็นคนใบ้คนหนึ่งในโลกย์

๖. เวตาลียฉันท์

อธิปจฺจํโคธ โย นโร
ตณฺหามาณว วตฺติโต ปเร
ปตาเปติ มตฺตวุฑฺฒิยา
ตถานาคเต ทุกฺขตา ปิโต

ครองแคว้นแค้นข่มข้า          ขุกเข็ญ
เพื่อประโยชน์โฉดเป็น          ที่ตั้ง
ภายหน้าพ่าห์เพียบเพ็ญ       พบเพท..ภัยเอย
กรรมเก่าเข้าฉุดรั้ง               เร่งให้ฉิบหาย

บุคคลใดถึงความเป็นใหญ่ในโลกย์
ใช้อำนาจเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อน
เพื่อประโยชน์แก่ตน
บุคคลนั้นจักเดือดร้อนในกาลหน้า ด้วยกรรมอันตนได้กระทำไว้

๗. โอปจฺฉนฺทสกฉันท์

การุณิโล สนฺนโรธิปจฺจํ
ยธา คโตโส สพฺพปาณเกสุ
กโรติ สุขยํ น ปาปิทุกฺขํ
สพฺพสุขีโน มานภาว ตสฺส

กรุงไกรกษัตริย์เกื้อ          กุศล
เสริมสง่าการุณพล          ไพร่ฟ้า
ใจจำกำราบ รณ             แรงบาป
สุข สรนุกถ้วนหน้า          แน่แท้ทุกสมัย


คนผู้มี กรุณามาก ได้เป็นใหญ่ ในโลกย์ ในกาลเมื่อใด
คนผู้นั้นกระทำความสุขให้แก่สัตว์โลกย์ทั้งหลาย
ย่อมไม่กระทำความทุกข์
สัตว์โลกย์ทั้งหลายย่อมมีความสุขด้วยอำนาจของสัตตบุรุษนั้น

๘. อาปาฏลิกาฉันท์

โลภนิสฺสาย วินาโส
ภวติ โทสํ จโมหนากํ จ
โย นโร สวาฆนกาโม
สจิตฺตรกฺขํ ทนฺตหิ กเรยฺย

โลภมากกระชากช้ำ         ฉิบหาย
เหวแห่งจัตุราบาย            บ่งรู้
โทโสโม่ห์ละลาย              รมยสุข
ละเกลศแล้วผู้                  จิตพ้นสังสาร

ความฉิบหายอาศัยความโลภ ซึ่งเกิดมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
ใช่แต่เท่านั้น ! ความฉิบหายย่อมอาศัยโทสะโมหะด้วย
บุคคลทั้งหลายผู้หวังความเจริญ
พึงกระทำการรักษาจิตใจของตนให้พ้นจากความโลภโกรธหลงนั้นเถิด

๙. ทกฺขิณนฺติกาฉันท์

ปหาย โกธํภิขนฺติ มา
ทยาลุโก วา เมตฺตาจิตฺตกํ
ทยํ จ ปเณสุ สมฺปเร
สปญฺญวา น จเรติ ทารุนํ

ขันตีนีราศแกล้ว              โกรธา
ถึงซึ่งเหตุเมตตา              ตริถ้วน
หลีกเร้นเข่นฆ่าสา-           ธุสัตว์
สัปปุรุษเลิศล้วน               ละเว้นทารุณ


สัตตบุรุษผู้มีปัญญาละเว้นเสียยังความโกรธเป็นผู้ที่มีความอดทน
ความกรุณามากนักย่อมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่สัตว์ทั้งหลาย
สัตตบุรุษผู้นั้นย่อมไม่กระทำทารุณแก่สัตว์

๑๐. อุทิจฺจวุติฉันท์

ปรสฺสลาเภ อุปาคเต
เนว นินฺเทยฺย มิสฺสุภา ยตํ
สภาวโต ยํ อธมฺมิกํ
กายเลนฺตํ วนินฺทเย มุนี

เศรษฐีมีมากแก้ว-             กองทอง
ปราชญ์ไป่ริษยาหมอง       หม่นไหม้
ทรัพย์ใดใช่สิ่งของ           สุจริต
ปราชญ์อาจแนะแคะไค้      ข่มได้โดยควร

ในเมื่อลาภมาถึงแก่ท่านผู้อื่น
ผู้มีปัญญามิพึงติเตียนด้วยความริษยา
วัตถุอันใดได้ด้วยมิชอบธรรม
ผู้มีปัญญาติเตียนในกาลอันควรแล

๑๑. ปจฺจวุติฉันท์

สกาลา ภูตุปาทนํ ยถา
อปฺปกมฺมิ สกลาภเก ตถา
สนฺตุฏฺเฐยฺยว ปญฺญวา
มา ปรสฺสลาเภ ปิหํ จเร

ทุรโภคทุรโชคสร้าง     ศฤงคาร-
ธนทรัพย์ธนสาร         ซึ่งน้อย
พึงสันโดษสันดาน       บัณฑิต
อย่ามักใหญ่ในร้อย     ลาภผู้อื่นสงวน



การบังเกิดลาภแห่งตนด้วยประการใด
แม้น้อยหนึ่งก็ดี
ผู้มีปัญญาพึงสันโดษในลาภแห่งตนนั้น
บ่มิพึงใคร่ได้ยังลาภแห่งท่านผู้อื่น

๑๒. ปวสฺตกฉันท์

ยโส จลาโภ จ กิตฺติ จ
นิจฺจ ธัมฺมิกา เนว โหนฺติกา
วินาส ธมฺมา ว ปณฺฑิโต
ตาสุ มชฺชโต สพฺพทา ภเว

ชื่อเสียงลาภยศเบี้ย          บริวาร
ฤาอยู่ยั่งยืนนาน              เที่ยงแท้
ย่อมอันตรธาน                 ทุกเมื่อ
ปราชญ์ไป่มัวเมาแล้         รีบสร้างทางเขษม


ลาภยศบริวารชื่อเสียงก็ดี
ไม่มีสภาวะอันมั่นเที่ยง
ย่อมมีสภาวะอันรู้ฉิบหายไป
เหตุนั้นบัณฑิตไม่พึงมัวเมาในกาลทุกเมื่อ

๑๓. อปรนฺติกาฉันท์

สพฺพโภคมิตฺตา สกานุคา
เนว สพฺพฐาเน สยํ กตํ
ปุญฺญปาปกมฺมํ สกานุคํ
ตํ ปรมิปโลกานิวัตฺตกํ

สินทรัพย์กับเพื่อนทั้ง            หญิงชาย
เคยติดตามยามตาย             หมดสิ้น
บุญบาป ขนาบกาย              เกาะแน่น..นานนา
นรชีพลับดับดิ้น                   บ่รู้ลาหาย



ข้าวของทรัพย์สมบัติมิตรสหาย
จักตามไปกับตนในสถานทุกแห่งหามิได้
กรรมอันเป็นบาปและบุญที่ตนได้กระทำไว้นั้น
ย่อมตามไปกับตนในสถานที่ทุกแห่งแม้ในปรโลกหน้า

๑๔. จารุหาสินีฉันท์

ยทิ อตฺตโน อถฺเมสิโต
ปหาย ปาปํว โส นโร
ยเทวปุญฺมา ปรายิเก
สุขาวหํตํ จเร สทา

ชนใดไขว่คว้าสุข          ใส่ตน
ย่อมละเสียซึ่งผล          บาปย้อม
บุญบารมีดล                แดนเทพ
สู่สุขาวดีพร้อม-            พรั่งด้วยสมบัติสวรรค์

บุคคลผู้ได้แสวงหาประโยชน์สุขแก่ตน
ย่อมละเว้นจากบาปกรรมทั้งมวล
กุศลกรรมอันใดซึ่งจักเป็นประโยชน์สุขในเทวโลก
บุคคลผู้นั้นพึงกระทำในกาลทุกเมื่อแล

๑๕. อจลธิติ ฉันท์

ติสรณ มคต นรมรุ กลิคหนิ
ทุจริต จริธ กลิผล อนุภวติ
ตุมปคต นรมรุ นหิ กลิคหนิ
สุจริต จริธ สุขผล อนุภวติ

แก้วสามดวงเด่นไว้          หว่างทาง
ทวยเทพนรชนปาง          ปัดทิ้ง
ถือทุจริตพลาง                พบพิบาก..กรรมเอย
ทุกข์ประทุกมากหยิ้ง       ย่อมร้อนกลีผล

เทวามานุษย์ผู้                พบตรัย..รัตน์เอย
ถือสุจริตใจ                    อร่ามอล้า
ดวงแก้วสาดส่องใส         สว่างจิต
สู่สุขรมย์ในหล้า              แหล่งโน้นนีรันดร์


คนและเทวดาซึ่งไม่เข้าสู่ไตรสรณะ แลถือเอาลัทธิอันผิด
ย่อมกระทำทุจริต แลได้เสวยวิบากเป็นทุกข์ในโลก
คนและเทวดาซึ่งเข้าไปสู่ไตรสรณะ แลไม่ถือเอาลัทธิอันผิด
ย่อมกระทำสุจริต แลได้เสวยสุขในโลก

๑๖. วิสิโลกฉันท์

โลกีย สมฺปท ธรติ สทา
น สาสนมุตฺตมนฺติ กทาจิ
ตสฺมา น เปกขิย โลกโภคํ
ธเรยฺย สาสน อาธรนฺติ

กุศลสร้างจึ่งพร้อม           สมบัติ
โลกิยนิทัศน์                   ทุกข์ด้วย
ศาสนวิวัฒน์                   บางคาบ
ผู้ใฝ่ธรรมธรรมฉ้วย        ชีพรู้รสธรรม

โลกียสมบัติตั้งอยู่ในโลกในกาลทุกเมื่อ ก็ด้วยกุศลแห่งสัตว์ทั้งหลาย
ศาสนาอันประเสริฐ แห่งพระพุทธเจ้า มิตั้งอยู่ในโลกในกาลทุกเมื่อ
ศาสนาตั้งอยู่ในกาลบางคาบ
เหตุนั้นผู้มีปัญญามิพึงฝักใฝ่ในสมบัติ พึงฝักใฝ่ ในศาสนานั้นเถิด

๑๗. มตฺตาสมกฉันท์

สรณตฺตยํ สรณคตฺต นรํ
วฏ์ฎทุกฺขโต ปโม จ ยนฺเต
นาญสรณํ ยทิโย วทิตวา
อวํ ติสรณ คเมยฺย นโร

สังสารวัฏเวิ้ง              ทุกขะ
พ้นเพราะไตรสรณะ     นั่นแท้
พึ่งไอศวรรยะ             ยังยาก
พึ่งไตรรัตนนั่นแล้       หลีกล้างราญเข็ญ


บุคคลผู้ใดซึ่งถึงไตรสรณะ ย่อมหลุดพ้นทุกข์ในวัฏฏสงสาร
ที่พึ่งอันชื่นเช่นท้าวพระยามหาเสนาบดีจักให้หลุดพ้นจากทุกข์ในวัฏฏสงสารหามิได้
เหตุนั้นผู้รู้แล้วด้วยประการดังนี้
พึงถึงซึ่งไตรสรณะเป็นที่พึ่งแก่ตนเพราะวิเศษยิ่งกว่าที่พึ่งอันอื่น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

"Who am I" ? By Lord Krishna Revealed in Bhagvad Gita (in Hindi)​#ถ้าฉันเป็นนารายณ์จะร่ายเวทย์#อันเรืองเดชศักดิ์สิทธิ์และรักษา#สันติสุข #สันติธรรม #นำประชา#เจริญผาสุขสันต์นิรันดร#ถ้าฉันเป็นพิฆเนศวิเศษสุทธิ์#จะรีบรุดนำวิชามาสั่งสอน#ใส่เชิงศิลป์#พิณเพลงบรรเลงพร​#ทั้งกาพย์กลอนรื่นเริงเชิงกวี...#ถ้าฉันเป็นพระอินทร์ถวิลไว้#จะสั่งให้วิสุทกรรมนำสุขี#ลงมาสร้างเคหาทุกธานี#ให้ท่านมีสุขเท่าเจ้าเมืองบน...#ถ้าฉันเป็นกามเทพเทวบุตร#จะฉวยฉุดสอยบุบผาเป็นห่าฝน​#ชโลมลูบจูบดวงใจให้ทุกคน#เป็นสุขล้นทุกข์สลายมลายไป... #แต่นี่ฉันใช่เป็นเช่นกล่าวอ้าง#สุดหนทางที่จะทำดังคำไข#จึงขอเขียนบทกลอน#อันอำไพเพื่อเตือนใจ​#เตือนตนทุกคนเอย#สวัสดิรักษา#อย่าเล่นกับไฟ#ไกลกังวล #ดนตรีชีวิต #ผิดเป็นครู #ภูเขาหิน #เรื่องกินเรื่องใหญ่ #ไฟในอย่านำออก #ความหลอกลวง #บ่วงความรัก#สลักจิต #สันติรส #ถ่มน้ำลายรถฟ้า #ก่ิ้งก่าได้ทอง #ครองสันติสุข#สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#จิตใจที่แห้งสนิทจึงจะหลุดพ้น#ความหลุดพ้น #วันปิดสามแดนโลกธาตุ​#ถ้ารู้ว่าเราหลงทางเราจะกลับบ้านถูก#อริยสัจ4#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ #การเข้าผลสมาบัติ#เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน#ที่ได้มาจากอริยผลญาณ #อันบังเกิดแล้วแก่ตน #เพื่อเสวยโลกุตตรสุข #ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น #ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน #พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. ​#อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. #อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. ​#ญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์