อุทิศบุญให้ตนเองและผู้อื่น #การไม่หวนกลับ#จิตของเราจักดับอยู่ในภพนี้เอง#พุทธภูมิ#ปัจเจกภูมิ#สาวกภูมิ#มนุษย์สมบัติ#สวรรค์สมบัติ#นิพพานสมบัติ#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆ#คนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอ#เพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์#และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธอ#ถ้าเธอทำตนให้นิ่งเงียบได้#เหมือนกังสดาลที่ตัดขอบปากออกแล้ว#เธอก็จะบรรลุนิพพานได้#การโต้เถียงกันก็จะไม่มีแก่เธอ#เวลาที่จิตจะเกิดมรรคผลนั้น#จิตจะรวมเข้าอัปนาสมาธิ#เพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงองค์มรรคสัมมาสมาธิ#ท่านจะพูดด้วยอัปนาสมาธิด้วยฌาน๔#พวกเราตอนที่เจริญสติอยู่นี่#เรียกว่าเจริญบุพพภาคมรรคเบื้องต้นแห่งมรรค#ยังไม่เป็นฌานนะเราหัดเจริญสติอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างนี้#ถึงวันที่อริยมรรคจะเกิดจิตจะรวมเข้าฌานโดยอัตโนมัตินะ #จิตเวลาที่เกิดมรรคเกิดผล#จะไม่เกิดในจิตของคนธรรมดา#ที่เรียกว่ากามาวจรจิตกามาวจรภูมิ #ไม่เป็นอย่างนั้น จะต้องเข้าฌานนะ #เมื่อมันรวมเข้าไปแล้วมันจะเห็น#สภาวะธรรมนี่เกิดดับสองขณะหรือสามขณะ แต่ละคนไม่เท่ากันนะ#ถัดจากนั้นจิตจะวางการรู้อารมณ์ ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้ #สิ่งที่ห่อหุ้มปกคลุมธาตุรู้อยู่นี่ #ถูกอริยมรรคแหวกออกไป#แล้วก็มันจะไปเห็นนิพพานนะ นิพพานไม่ใช่ว่างเปล่า#นิพพานไม่ใช่โลกๆหนึ่ง พวกเรายังไม่เคยเห็น#เราก็วาดภาพสุดโต่งไปสองข้าง ข้างหนึ่งก็นิพพานเป็นโลกๆหนึ่ง#พวกนี้พวกสัสตะทิฐิ มีของที่เที่ยงคงที่#อีกพวกหนึ่งคิดว่านิพพานสูญไปเลย ขณะนั้นไม่มีอะไรเหลือเลย#กระทั่งสติ พวกนี้หลงไปล่ะ #คิดว่านิพพานไม่มีอะไรเลย #นี่พวกอุจเฉททิฐินะ นิพพานมีนะ นิพพานมีสภาวะรองรับ #สภาวะของนิพพานคือสันติ คือความสงบนั่นเอง#สงบจากอะไร สงบจากกิเลส#สงบจากอะไร สงบจากความปรุงแต่ง#สงบจากอะไร สงบจากการแบกหามขันธ์#วิมุตติความหลุดพ้น

#การไม่หวนกลับ#จิตของเราจักดับอยู่ในภพนี้เอง#พุทธภูมิ#ปัจเจกภูมิ#สาวกภูมิ#มนุษย์สมบัติ#สวรรค์สมบัติ#นิพพานสมบัติ#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆ#คนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอ#เพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์#และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธอ#ถ้าเธอทำตนให้นิ่งเงียบได้#เหมือนกังสดาลที่ตัดขอบปากออกแล้ว#เธอก็จะบรรลุนิพพานได้#การโต้เถียงกันก็จะไม่มีแก่เธอ#เวลาที่จิตจะเกิดมรรคผลนั้น#จิตจะรวมเข้าอัปนาสมาธิ#เพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงองค์มรรคสัมมาสมาธิ#ท่านจะพูดด้วยอัปนาสมาธิด้วยฌาน๔#พวกเราตอนที่เจริญสติอยู่นี่#เรียกว่าเจริญบุพพภาคมรรคเบื้องต้นแห่งมรรค#ยังไม่เป็นฌานนะเราหัดเจริญสติอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างนี้#ถึงวันที่อริยมรรคจะเกิดจิตจะรวมเข้าฌานโดยอัตโนมัตินะ #จิตเวลาที่เกิดมรรคเกิดผล#จะไม่เกิดในจิตของคนธรรมดา#ที่เรียกว่ากามาวจรจิตกามาวจรภูมิ #ไม่เป็นอย่างนั้น จะต้องเข้าฌานนะ #เมื่อมันรวมเข้าไปแล้วมันจะเห็น#สภาวะธรรมนี่เกิดดับสองขณะหรือสามขณะ แต่ละคนไม่เท่ากันนะ#ถัดจากนั้นจิตจะวางการรู้อารมณ์ ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้ #สิ่งที่ห่อหุ้มปกคลุมธาตุรู้อยู่นี่ #ถูกอริยมรรคแหวกออกไป#แล้วก็มันจะไปเห็นนิพพานนะ นิพพานไม่ใช่ว่างเปล่า#นิพพานไม่ใช่โลกๆหนึ่ง พวกเรายังไม่เคยเห็น#เราก็วาดภาพสุดโต่งไปสองข้าง ข้างหนึ่งก็นิพพานเป็นโลกๆหนึ่ง#พวกนี้พวกสัสตะทิฐิ มีของที่เที่ยงคงที่#อีกพวกหนึ่งคิดว่านิพพานสูญไปเลย ขณะนั้นไม่มีอะไรเหลือเลย#กระทั่งสติ พวกนี้หลงไปล่ะ #คิดว่านิพพานไม่มีอะไรเลย #นี่พวกอุจเฉททิฐินะ นิพพานมีนะ นิพพานมีสภาวะรองรับ #สภาวะของนิพพานคือสันติ คือความสงบนั่นเอง#สงบจากอะไร สงบจากกิเลส#สงบจากอะไร สงบจากความปรุงแต่ง#สงบจากอะไร สงบจากการแบกหามขันธ์#วิมุตติความหลุดพ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ